"Shein" เข้าตลาดหุ้น แม้มูลค่าดิ่งเหว 70% สะท้อนวิกฤต “Fast Fashion”
"Shein" เข้าตลาดหุ้น แม้มูลค่าดิ่งเหว 70% สะท้อนวิกฤต “Fast Fashion” ธุรกิจนี้อาจไม่สดใสเหมือนเดิม
วงการ Fast Fashion ไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ Shein ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (IPO) วันที่ 1 กันยายน 2026 โดยมีการประเมินว่าจากมูลค่าบริษัท 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.2 ล้านล้านบาท ผ่านมา 4 ปี มูลค่าบริษัทวันนี้ หายไปเกือบ 70% อยู่ที่ราว 27,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ราว 880,000 ล้านบาท
ทำให้เห็นว่าอาจไม่ใช่แค่เรื่องของ IPO แต่กำลังเป็นบททดสอบว่าโมเดลธุรกิจ Fast Fashion ที่เคยเติบโตอย่างร้อนแรง ยังมีอนาคตอีกแค่ไหน
ครั้งหนึ่ง Shein เคยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองมากที่สุดในโลก
Shein คือ บริษัทแฟชั่นออนไลน์ที่เติบโตจากการขายเสื้อผ้าราคาถูก เสื้อตามกระแส ผ่านโซเชียลมีเดีย และขยายธุรกิจไปยังตลาดกว่า 160 ประเทศ และสร้างชื่อจากความสามารถในการออกแบบสินค้าใหม่อย่างรวดเร็ว พร้อมส่งเข้าสู่ตลาดในเวลาอันสั้น และความสำเร็จดังกล่าวเคยทำให้นักลงทุนประเมินมูลค่า Shein สูงถึงประมาณ 98,200 หมื่นล้านดอลลาร์ เกือบแสนล้านดอลลาร์ หรือราว 3.2 ล้านล้านบาท ในปี 2022
แต่... 4 ปีต่อมา ภาพกลับเปลี่ยนไปอย่างมาก ในการเตรียมเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง Shein ถูกประเมินมูลค่าที่ประมาณ 880,000 ล้านบาท หรือราวหนึ่งในสี่ของมูลค่าสูงสุดในอดีต ขณะที่บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นประมาณ 280 ล้านหุ้น ในช่วงราคา 47.60–49.50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น และคาดว่าจะระดมทุนได้สูงสุดประมาณ 13,860 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 1.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 57,000 ล้านบาท โดยกำหนดเริ่มซื้อขายวันที่ 1 กันยายน 2026
เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทที่เคยถูกมองว่าจะมีมูลค่าแตะระดับ 3.2 ล้านล้านบาท?
จากบริษัทดาวรุ่ง สู่วันที่การเติบโตเริ่มชะลอตัว ทำให้โมเดลของ Shein เคยดูเหมือนสูตรสำเร็จของธุรกิจยุคดิจิทัล อย่างการผลิตเสื้อผ้าราคาถูก ในจำนวนมหาศาล และเป็นสินค้าตามกระแสตลอดเวลา โดยใช้ข้อมูลผู้บริโภคมาวิเคราะห์เทรนด์ จากนั้น ผลิตล็อตเล็กเพื่อทดสอบตลาด หากสินค้าที่ขายดีจึงค่อยเพิ่มกำลังการผลิต
โมเดลนี้ช่วยให้ Shein แตกต่างจากร้านแฟชั่นแบบดั้งเดิม และทำให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อเทรนด์บน TikTok และโซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อธุรกิจโตถึงระดับหนึ่ง ข้อได้เปรียบเดิมก็เริ่มกลายเป็นโจทย์ใหม่ เมื่อการแข่งขันรุนแรงขึ้น ต้นทุนเพิ่มขึ้น และการเติบโตของยอดขายไม่ได้ร้อนแรงเหมือนในช่วงที่ผู้บริโภคทั่วโลกหันไปซื้อสินค้าออนไลน์อย่างก้าวกระโดดในช่วงการระบาดของโควิด-19
นอกจากนี้ Shein ยังต้องเผชิญกับคู่แข่งอย่าง Temu รวมถึงแรงกดดันจาก Amazon และผู้เล่นแฟชั่นรายใหญ่ที่พยายามปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น
เมื่อ “เสื้อผ้าราคาถูก” ไม่ได้ถูกเหมือนเดิม
อีกแรงกดดันที่สำคัญคือเรื่องภาษีและกฎระเบียบ ที่ผ่านมาโมเดลธุรกิจของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้รับประโยชน์จากโครงสร้างภาษีนำเข้าบางประเภท โดยเฉพาะในสหรัฐฯ แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทำให้สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น เมื่อรวมกับต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศ
สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งอย่าง “ราคาถูกมาก” จึงเริ่มถูกท้าทาย และเมื่อ Shein ไม่สามารถรักษาราคาให้ต่ำได้เหมือนเดิม คำถามต่อไปก็คือ ผู้บริโภคจะยังเลือก Shein หรือไม่? เพราะถ้าราคาเริ่มใกล้เคียงกับคู่แข่งมากขึ้น ความได้เปรียบของบริษัทก็อาจไม่ได้ชัดเจนเหมือนในอดีต
ปัญหาของ Shein ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน
อีกด้านหนึ่ง Shein ยังต้องรับมือกับคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อม แรงงาน และรูปแบบธุรกิจ Fast Fashion การผลิตเสื้อผ้าจำนวนมหาศาลและการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทถูกวิจารณ์ว่ามีส่วนผลักดันให้ผู้บริโภคซื้อเสื้อผ้ามากขึ้นและมีวงจรการใช้งานที่สั้นลง ขณะเดียวกัน บริษัทก็เผชิญคำถามเกี่ยวกับสภาพการทำงานของซัพพลายเออร์ รวมถึงประเด็นด้านห่วงโซ่อุปทานและการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า
แรงกดดันเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสหรัฐฯ หรือยุโรป แต่กลายเป็นโจทย์ระดับโลกของบริษัทที่ต้องการขายสินค้าให้กับผู้บริโภคในหลายสิบประเทศ
ฝรั่งเศสกลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิ
ในปี 2025 การเปิดร้าน Shein แห่งแรกในปารีสเกิดขึ้นท่ามกลางทั้งกระแสผู้บริโภคที่ต่อแถวเข้าใช้บริการ และการประท้วงจากกลุ่มที่วิจารณ์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพการทำงาน สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อทางการฝรั่งเศสพบสินค้าที่มีลักษณะเป็นตุ๊กตาเพศสัมพันธ์ที่ดูคล้ายเด็กและอาวุธบนแพลตฟอร์ม จนรัฐบาลฝรั่งเศสเริ่มดำเนินการเพื่อพิจารณาระงับแพลตฟอร์มในเวลานั้น
ล่าสุดในปี 2026 ทางการฝรั่งเศสปรับ Shein รวม 22 ล้านยูโร หรือ 841 ล้านบาท จากประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลที่บริษัทให้กับผู้บริโภค สิทธิในการยกเลิกคำสั่งซื้อ และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม โดย Shein โต้แย้งว่าค่าปรับดังกล่าวสูงเกินสมควรและไม่มีการพิสูจน์ว่าผู้บริโภคได้รับความเสียหาย
ทั้งหมดนี้ทำให้การเติบโตของ Shein วันนี้ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่มากกว่าในอดีต
แล้วทำไมต้องเป็นตลาดหุ้น “ฮ่องกง”
แต่...เส้นทาง IPO ของ Shein ไม่ได้ราบรื่น ก่อนหน้านี้บริษัทมีแผนเข้าจดทะเบียนทั้งในสหรัฐฯ และอังกฤษ แต่ต้องเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบและการตรวจสอบจากรัฐบาลในหลายประเทศ จนท้ายที่สุดฮ่องกงกลายเป็นทางเลือกสำคัญ Shein ก่อตั้งขึ้นในจีน แต่ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ ขณะที่ฐานการผลิตส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในจีน
ทำให้บริษัทอยู่ในจุดที่มีทั้งข้อได้เปรียบจากระบบการผลิตของจีนและความซับซ้อนจากความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับตะวันตก การเลือกตลาดหุ้นฮ่องกงจึงสะท้อนถึงการพยายามหาจุดสมดุลระหว่าง เงินทุนระดับโลก กฎระเบียบของจีน และแรงกดดันจากตลาดตะวันตก และจะกลับมาเติบโตได้ขนาดไหน
แล้ว “โมเดล Shein” ยังมีอนาคตหรือไม่ เมื่อยุคทองของ Fast Fashion อาจไม่ได้สดใสเหมือนเดิมอีกต่อไป
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB